บ้านทูเดย์ดอทคอม ซื้อขาย บ้านมือสอง คุณภาพ ราคาโดนใจ
  Hotline : 089-899-5537        Email: [email protected]

4 ช่องทาง ซื้อบ้านมือสอง มีข้อดี-ข้อเสียต่างกันอย่างไร

content_2020-09-20-1-min

ในทุกวันนี้ มีช่องทางการ ซื้อขายบ้านมือสอง มีหลายหลายและสะดวกมากขึ้น อีกทั้ง จำนวนบ้านมือสองในตลาดก็มีให้เลือกมากมายเช่นเดียวกัน ช่องทาง ซื้อบ้านมือสอง ที่นิยมก็มี 4 ช่องทางดังนี้ หากใครที่ยังลังเลระหว่าง ซื้อบ้านใหม่กับบ้านมือสอง ให้ไปที่บทความ เปรียบเทียบ บ้านใหม่ กับ บ้านมือสอง ได้เลยครับ

1. ซื้อบ้านมือสอง กับเจ้าของโดยตรง

ช่องทางนี้เรามักจะนึกถึงเป็นอันดับแรกในเวลาที่จะซื้อบ้านมือสอง เป็นวิธีดั้งเดิมและง่ายที่สุด หาเบอร์โทรศัพท์ใช้ติดต่อเจ้าของบ้านโดยตรง ซึ่งจะสามารถหาได้ตามป้ายประกาศขาย หรือบนเว็บไซต์บ้านมือสองต่างๆ หรือบางทีก็จะติดต่อผ่านนายหน้ามืออาชีพอีกที ในกรณีที่บ้านหลังนั้นๆ มีการจ้างงานฝากขายบ้าน (หากใครสนใจ สามารถคลิกที่นี่ ซื้อบ้านมือสองโดยตรงจากเจ้าของว่ามีขั้นตอนอย่างไร )

ซื้อบ้านมือสอง

ข้อดี : สามารถเจรจาต่อรองราคาขายกับเจ้าของบ้านหรือนายหน้าได้โดยตรง โดยบ้านประเภทนี้จะมีทั้งเจ้าของเก่า ที่ซื้อมาอยู่เองมาแล้วขายต่อ หรือนักลงทุนที่ซื้อเกร็งกำไร จึงทำให้มั่นใจได้ว่าเจ้าของต้องการขายจริง ไม่ใช่การ “ขับไล่” เจ้าของเดิมจากคำสั่งศาล ทั้งนี้ หากเลือกซื้อกับเจ้าของบ้านโดยตรงควรตวจสอบเอกสารและการทำสัญญาต่างๆ ให้เรียบร้อย หรือหาผู้เชี่ยวชาญมาช่วย และควรตกลงค่าใช่จ่ายในการดำเนินการขายต่างๆ เช่น ค่าโอนกรรมสิทธิ์ หรือค่าจดจำนอง เป็นต้น

ข้อควรระวัง

  • มีความยุ่งยากด้านเอกสาร : จะเป็นในกรณีที่เจ้าของบ้านขายเองไม่มีประสบการณ์มาก่อน
  • ตรวจสอบโฉนดก่อนซื้อขายจริง : เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ถูกหลอก โดยการขอคัดสำเนาโฉนดจากสำนักงานที่ดินเพื่อตรวจสอบชื่อเจ้าของล่าสุด ว่าเป็นชื่อของผู้ขายให้เราจริงหรือไม่

2. ซื้อบ้านมือสอง ผ่านนายหน้า

ซื้อบ้านมือสอง ผ่านนายหน้า

วิธีนี้จะช่วยเอื้อประโยชน์และความสะดวกให้กับผู้ซื้อเป็นอย่างมาก เพราะผู้ซื้อสามารถระบุลักษณะบ้านที่ต้องการ พื้นที่ และราคาให้กับทางนายหน้าขายบ้านได้ และนายหน้าจะเป็นผู้ดำเนินกรเรื่องซื้อขายและทำสัญญาต่างๆ ให้ โดยค่าใช้จ่ายของนายหน้า ผู้ขายจะเป็นผู้จ่าย

ข้อดี : มีความสะดวกสบาย และความถูกต้องในการซื้อขายและเรื่องเอกสารสัญญาต่างๆ เพราะนายหน้ามืออาชีพจะตรวจสอบทรัพย์ก่อนทำการซื้อขายจริง

ข้อควรระวัง : ราคาที่สูงขึ้นเล็กน้อย เกิดจากการเพิ่มราคาจากเจ้าของ เพื่อบวกค่านายหน้านั้นเอง

3. ซื้อทรัพย์รอการขายจากธนาคาร

การซื้อสินทรัพย์จากธนาคารเป็นช่องทางซื้อบ้านมือสองที่นิยมกันมาก เพราะมีบ้านจำนวนมากให้เลือกเยอะ ทั้งในเว็บไซต์ของธนาคาร และป้ายติดประกาศที่ธนาคารสาขาใกล้บ้านก็มี ซึ่งบ้านส่วนใหญ่จะเป็นบ้านที่ถูกฟ้องยึดทรัพย์ และทางธนาคารซื้อกลับคืนมาด้วยการประมูลจากกรมบังคับคดี แล้วนำมาขายต่อให้ผู้สนใจอีกครั้ง

ข้อดี : ขอสินเชื่อกับธนาคารได้ง่ายและรวดเร็ว อีกทั้ง มีโอกาศได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมต่างๆ และอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกด้วย

ข้อควรระวัง :  ตรวจสอบเงื่อนไขการกู้เงินให้ดี : บางแห่งมีข้อกำหนดไม่คืนเงินประกันหรือเงินมัดจำด้วย(กรณีกู้ไม่ผ่าน) ดังนั้นจึงควรแจ้งเจ้าหน้าที่ธนาคาร ให้ช่วยประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของเราก่อน ว่ามีแนวโน้มจะกู้ผ่านหรือไม่ จะได้ไม่เสียเงินและเวลาภายหลัง

4. ประมูลบ้านกับกรมบังคับคดี

วิธีนี้อาจจะไม่เป็นที่นิยมนัก เนื่องจากมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และต้องมีเงินสดอยู่กับตัว วิธีนี้จะมีโอกาสได้บ้านที่ราคาต่ำกว่าราคาขายตามท้องตลาด แต่ต้องตรวจสอบดูทรัพย์ให้ดีจะได้ไม่ปวดหัวกับบ้านที่ขายทอดตลาดแต่ยังมีคนอาศัยอยู่ ซึ่งบ้านจากกรมบังคับคดี จะเป็นทรัพย์ที่เป็นลูกหนี้กับธนาคารที่นำไปเป็นหลักประกันในการกู้เงิน แต่ไม่สามารถชำระหนี้ตามเงื่อนไขได้ จนถูกฟ้องยึดทรัพย์ และนำไปประมูลขายทอดตลาดโดยกรมบังคับคดี

ข้อดี : มีโอกาสจะได้บ้านที่ราคาต่ำกว่าท้องตลาด

ข้อควรระวัง

  • ผู้อาศัยเดิมยังไม่ย้ายออก : บ้านที่โดนยึดทรัพย์จะมีเจ้าหน้าที่นำแผ่นป้าย และหมายศาลมาติดประกาศไว้ที่หน้าทรัพย์ ซึ่งตราบใดที่ชื่อในโฉนดยังคงเป็นชื่อเจ้าของเดิมอยู่ ยังมีสิทธิ์อยู่อาศัยต่อไปได้ จนกว่าบ้านหลังนั้นจะมีการซื้อขาย และโอนชื่อเป็นเข้าของใหม่เรียบร้อย โดยเจ้าของบ้านรายใหม่สามารถให้กรมบังคับคดีออกใบแจ้งไปยังศาล ให้ออกหน้ายไปติดหน้าบ้านเพื่อคนเก่าย้ายออก (ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 30 วัน) โดยหากเจ้าของเดิมไม่ย้ายออกตามที่กำหนด จะสามารถแจ้งตำรวจเพื่อออกหมายจับได้เลย
  • ต้องมีเงินก้อนเพื่อวางเงินประกัน : ซึ่งมักจะคิดตามราคาประเมินที่กรมบังคับคดีเป็นผู้กำหนด และมีราคากลางแจ้งไว้อยู่แล้ว เช่น ราคาประเมินทรัพย์ 200,000 – 500,000 บาท ต้องวางเงินประกัน 25,000 บาท หรือถ้าราคาประเมินทรัพย์ 500,000 – 1 ล้านบาท ต้องวางเงินประกัน 50,000 บาท เป็นต้น
  • มีกำหนดระยะเวลาในการชำระเงิน : เมื่อเราประมูลทรัพย์ได้แล้ว ต้องชำระเงินทั้งหมดภายใน 15 วัน โดยนับตั้งแต่วันที่ซื้อสินทรัพย์นั้นๆได้ แต่กรณีที่เรากำลังรวบรวมเงิน หรือยื่นขอสินเชื่ออยู่ ก็สามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการชำระเงินได้ (มากสุดไม่เกิน 90 วัน) แต่ถ้าครบกำหนดระยะเวลาแล้วยังไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือ ก็จะต้องถูกริบเงินมัดจำไป

จากบทความนี้หวังว่าผู้ที่ต้องการซื้อบ้านมือสอง ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่เองหรือลงทุน ใช้เป็นแนวทางในการหาบ้านที่ถูกใจได้ง่ายขึ้น ไม่มากก็น้อย

ติดต่อลงโฆษณา

9:00-18:00 จันทร์ - เสาร์

บ้านทูเดย์ออนไลน์มีเดีย
Baan2dayOnlineMedia

พื้นที่ทำเลฮิต

กรุงเทพ   ลาดพร้าว   บางแค   จัตุจักร   ดอนเมือง   บางเขน   นนทบุรี   บางใหญ่   บางบัวทอง   ปากเกร็ด   ปทุมธานี   สมุทรปราการ   เชียงใหม่   ภูเก็ต